วันที่ 29  มกราคม 2561 เวลา 08.30 น. นพ.ประวีณ  ตัณฑประภา ผอ.รพ.สุรินทร์  มอบหมายให้ นพ.ชวมัย สืบนุการณ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ เป็นประธานเปิดโครงการอบรมให้ความรู้เรื่องโรคอุบัติใหม่/อุบัติซ้ำ/โรคติดเชื้อดื้อยา และวัณโรค(Emerging disease, MDR, TB)


            เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์โรคอุบัติใหม่/อุบัติซ้ำ เพื่อทบทวนความรู้และป้องกันการติดเชื้อจากการปฏิบัติงาน และเพื่อฝึกทักษะในการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล 


             จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง เช่น การระบาดของโรคซาร์ โรคไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา โรคเมอร์ส และล่าสุดปี 2559 เกิดกลุ่มผู้ป่วยที่มีศีรษะเล็กแต่กำเนิด และมีความผิดปกติทางระบบประสาท โดยภาวะดังกล่าวอาจมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสซิกา นอกจากนี้ยังมีการติดเชื้อวัณโรค ซึ่งเป็นโรคที่เป็นสาเหตุการป่วยและการเสียชีวิตของประชากรโลก ผู้สัมผัสใกล้ชิดมีโอกาสได้รับเชื้อวัณโรคจากการไอจามและไม่ได้ป้องกัน ทำให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นวัณโรคได้ง่าย องค์การอนามัยโลกได้จัดอันดับประเทศไทยเป็น 1 ใน 14 ประเทศที่มีปัญหาวัณโรคสูงทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ ภาวะวัณโรคสูง ภาวะวัณโรคที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวี และวัณโรคดื้อยาหลายขนานสูง จากสถิติผู้ป่วยวัณโรคที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสุรินทร์ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา มียอดผู้ป่วยวัณโรค 619 ราย เป็นวัณโรคปอด 449 ราย (ร้อยละ 72.5) ขาดนัด 23 ราย (ร้อยละ 3.7) และวัณโรคดื้อยา 18 ราย (ร้อยละ 2.9) อัตราการรักษาสำเร็จ 89.2  มีจำนวนบุคลากรป่วยเป็นวัณโรคเฉลี่ย 2-5 คนต่อปี รวมทั้งโรงพยาบาลสุรินทร์ รับผู้ป่วยโรคอุบัติใหม่ เฉลี่ยปีละ 2 ราย ทั้งนี้หากขาดระบบและเครื่องมือในการป้องกันควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพแล้ว โรคเหล่านี้ย่อมก่อให้เกิดความสูญเสียในชีวิต และสุขภาพของประชาชน สร้างภาระอันมากมายรวมถึงส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อสังคมตลอดจนเศรษฐกิจ อย่างมหาศาล


           โรงพยาบาลสุรินทร์ ได้ดำเนินการพัฒนาระบบบริการ เพื่อรับมือกับสถานการณ์โรคติดต่ออุบัติใหม่ วัณโรคและโรคติดเชื้อดื้อยา ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมืออย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ ทันเหตุการณ์ ให้สามารถควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อได้ทันท่วงที ในการนี้คณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเฝ้าระวังและ เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ความรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ เช่น สถานการณ์ของโรค  ระบาดวิทยา การดูแลรักษา การเฝ้าระวัง การป้องกัน การสอบสวนโรค และการส่งต่อโรคที่เกิดขึ้น จึงเห็นควรให้มีการจัดอบรมให้ความรู้ในเรื่องโรคอุบัติใหม่/อุบัติซ้ำ วัณโรค และโรคติดเชื้อดื้อยาเพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ป่วยและผู้ให้บริการให้มีความยั่งยืนต่อไป