.วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.30 น. นพ.ประวีณ ตัณฑประภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ เป็นประธานเปิดคลินิกเบาใจ Advance Care Planning Clinic โดยมีนพ.เฉลียว สัตตมัย รองผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจด้าน long term care/Palliative care และกิจกรรมพิเศษ กล่าวรายงาน ณ คลินิกเบาใจ ชั้น 1
ตึกโอพีดีหลังเก่า โรงพยาบาลสุรินทร์
.“คลินิกเบาใจ” Advance Care Planning Clinic เป็นคลินิกที่เปิดให้บริการเพื่อ “วางแผนการดูแลรักษาล่วงหน้า” ผ่านกระบวนการสื่อสาร ระหว่างผู้ป่วยครอบครัวหรือผู้ดูแล และเป็นตัวแทนทีมสุขภาพ ที่จะช่วยทำความเข้าใจ ทบทวนและวางแผนเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพในอนาคต เพื่อเป็นแนวทางแก่บุคลากรทางการแพทย์และญาติผู้ดูแลในช่วงเวลาที่ผู้ป่วยไม่สามารถที่จะตัดสินใจด้วยตนเอง หรือไม่อยู่ในสถานะที่จะสื่อสารทางเลือกต่างๆด้านการดูแลสุขภาพของตนได้ นอกจากนี้ยังเป็นการสื่อสารที่แสดงเจตนารมณ์เกี่ยวกับสุขภาวะ และความปรารถนาเกี่ยวกับเรื่องการตายดีสำหรับประชาชนทั่วไป ที่ต้องการจะบอกเล่าให้กับคนที่รัก ครอบครัว หรือทีมสุขภาพได้ทราบในอนาคต

.

ใครบ้างที่ควรทำแผนการดูแลล่วงหน้า?

         -  ผู้ที่สนใจเรื่องการวางแผนสุขภาพล่วงหน้า

         -  ผู้ที่มีความเจ็บป่วยเรื้อรัง มีโรคประจำตัว

         -  ผู้ที่มีญาติเจ็บป่วยเรื้อรัง

         -  ผู้ที่ต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง

         -  ผู้ที่ต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

         -  ผู้ที่สนใจการตายดี

เมื่อใด? ที่ควรทำแผนการดูแลล่วงหน้า

         -  เมื่อมีความสนใจและต้องการทำถึงแม้ว่าสุขภาพแข็งแรง

         -  เมื่อสูงอายุ หรือเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง หรือมีโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อม

ประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อทำ “แผนการดูแลล่วงหน้า

         -  เบาใจ และมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลในแนวทางที่ต้องการ

         -  ได้สื่อสารให้ครอบครัว คนที่รัก และทีมสุขภาพ รับทราบแผนการดูแลที่เป็นความต้องการของตนเอง และสามารถตอบสนองตามเจตนารมณ์ดังกล่าวได้อย่างราบรื่น

         -   ท่านจะได้รับการดูแลช่วยชีวิตตามมาตรฐานการรักษาทางการแพทย์ และสามารถยุติหรือปฏิเสธได้หากเป็นการรักษาที่รุกรานหรือเป็นการพยุงชีพเท่านั้น

พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 มาตรา 12 บัญญัติว่า

            “บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่   เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้”

            การดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฏกระทรวง

            เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขได้ปฏิบัติตามเจตนาของบุคคลตามวรรคหนึ่งแล้ว  มิให้ถือว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดและให้พ้นจากความรับผิดทั้งปวง